ในดินแดนรกร้างที่ผู้คนลืมเลือน เด็กชายชื่อ ฉินมู่ เติบโตขึ้นท่ามกลางหมู่บ้านแปลกประหลาด ที่ซึ่งผู้คนในหมู่บ้านล้วนเป็นคนชราพิการบางคนตาบอด บางคนหูหนวก บางคนเดินไม่ได้ หรือพูดไม่ได้ แต่พวกเขากลับสอนให้เด็กชายคนนี้รู้จักทั้งเล่ห์เหลี่ยม การวางแผน และศิลปะแห่งการเอาตัวรอดอย่างชาญฉลาดราวกับเกมหมากล้อมชีวิต
สิ่งที่ฉินมู่ไม่เคยรู้คือ คนเฒ่าเหล่านั้นแท้จริงแล้วมิใช่คนไร้ค่า หากแต่เป็น “ปูชนียบุคคล” ผู้เคยยืนอยู่เหนือโลก ศิษย์เอกแห่งทุกสายวิชาทั้งกระบี่เวหา พลังยุทธฟ้าดิน ยันต์โบราณ และเวทแห่งเทพมาร พวกเขาเลือกหลบซ่อนในความมืด เพื่อรอวันที่ดวงดาวจะหมุนตามโชคชะตาอีกครั้ง
เมื่อความอยากรู้อยากเห็นผลักดัน ฉินมู่จึงออกเดินทาง และก้าวเข้าสู่โลกที่เทพกับมารกำลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ในทุกการผจญภัย เขาได้ค้นพบเบาะแสเกี่ยวกับความลับของ “เทพโบราณ” และเงามืดปริศนาที่อยู่เบื้องหลังหายนะจักรวาล
เส้นทางของเขาเต็มไปด้วยการหักเหลี่ยมเฉือนคม ศึกเหนือจินตนาการ และการตัดสินใจที่อาจสั่นสะเทือนฟ้าดิน เด็กชายผู้ถูกเลี้ยงมาอย่างแสบสันต์ ไม่ได้เดินในเส้นทางของวีรบุรุษแสนดี หากแต่เป็นผู้ใช้เล่ห์กล เจ้าอุบาย และความฉลาดแพรวพราวเป็นอาวุธ
สุดท้าย เมื่อฟ้าดินใกล้ดับสูญ ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเป็นเพียงเด็กในหมู่บ้านพิการ—ฉินมู่ ผู้ถูกกำหนดให้กลายเป็น “เทพกู้จักรวาล” ที่จะนำพาโลกทั้งหลายให้รอดพ้นจากการล่มสลาย
จุดเริ่มต้น (วัยเด็กในหมู่บ้านพิการ)
ฉินมู่เติบโตท่ามกลางผู้เฒ่าพิการที่สอนวิชาต่าง ๆ แบบพิสดาร
บุคลิกเขาเลยเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และหัวหมอ แต่ก็มีพื้นฐานความฉลาดและกล้าหาญ
การเปิดเผยความจริง (ตำนานซ่อนเร้น)
ผู้เฒ่าพวกนี้แท้จริงคือยอดฝีมือระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่
ฉินมู่ค่อย ๆ พบเบาะแสทีละน้อย ว่าความรู้และวิชาที่ได้เรียนไม่ธรรมดา
การเดินทางสู่โลกภายนอก
ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เขาออกไปพัวพันกับศึกเทพ–มาร
เขาเจอสหายและศัตรูมากมาย มีทั้งการผจญภัย ตลก และอันตราย
การคลายปริศนา (ความลับของจักรวาล)
พบว่าโลกกำลังเผชิญหายนะจากเงามืดที่คอยทำลายวิชาเทวะ
ปริศนาเทพเจ้าโบราณและต้นกำเนิดจักรวาลค่อย ๆ เปิดเผย
บทสรุป (กอบกู้จักรวาล)
ฉินมู่ใช้ทั้งความแสบ ความฉลาด และพลังที่ได้ฝึกมา กอบกู้จักรวาลจากการล่มสลาย
เรื่องจบด้วยการที่เขายืนหยัดเป็น “เทพเจ้าแสบ” ผู้กอบกู้ แต่ไม่ใช่พระเอกเพอร์เฟกต์
Facebook Comments